ภูเรือในห้วงความทรงจำ EP.4 - หนึ่งเดือนครึ่งท่ามกลางขุนเขา ชีวิตหลังถูกเลย์ออฟ

ใช้ชีวิตอยู่ที่ภูเรือมาเข้าวันที่ 3 แล้ว รวมกับวันเดินทางอีก 2 วันเพื่อมาถึง ทั้งหมดก็ 5 วันพอดีสำหรับทริปยาวทริปนี้ หลังจากตื่นเช้าเดินไปอาบน้ำ ทำเสร็จกิจวัตรส่วนตัว ผมก็พบว่าเสื้อผ้าในกระเป๋าเป้ที่เตรียมมานั้นเหลือแค่ชุดนี้เป็นชุดสุดท้าย จากที่พร้อมใช้บัดนี้ ได้หนีย้ายฝั่งไปอยู่ในถุงผ้าสำหรับใส่ของใช้แล้วเรียบร้อย
ในทุกๆทริปผมจะพยายามเตรียมให้มีใส่ได้ 5 วันเสมอ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปซักบ่อยๆ ไบค์เกอร์บางท่านเน้นใส่ซ้ำ บางคนก็ขี่ไปซักไป จะได้ไล่เบาลดน้ำหนักสัมภาระที่ต้องบรรทุกได้ ส่วนผมไม่ใช่สายนั้นก็เลยต้องเอาเสื้อผ้ามาเยอะหน่อยแล้วค่อยไปซักทีเดียวเอา
จุดหมายวันนี้อยู่ที่ปั๊ม ปตท ภูเรือ อันเป็นที่ตั้งของร้านสะดวกซัก จากนั้นก็ค่อยไปขึ้นเขาหาของกินแถวๆบ้านห้วยลาด เบาะแสนี้ผมได้มาจากคุณป้าร้านขายผักตอนไปซื้อของที่ตลาด แกเล่าว่าตอนนี้ห้วยลาดเจริญรุ่งเรืองกว่าแต่ก่อนมาก มีคาเฟ่สวยๆ มีลานกางเต๊นท์ดีๆ แค่ขี่รถไปทางตรงเข้าตัวเมืองจังหวัดเลย ห่างจากตลาดภูเรือไม่เกิน 10 กิโลก็ถึง
ตั้งแต่มีร้านสะดวกซักแบบนี้ชีวิตการท่องเที่ยวบนหลังรถมอเตอร์ไซค์ของผมก็ดีขึ้นมากๆ มุ่งใช้เงินแก้ปัญหาครั้งนึงไม่เกิน 100 บาท นั่งรอประมาณ 45 นาที ก็เปลี่ยนเสื้อผ้าใช้แล้วให้กลับมาพร้อมใส่ได้อีกครั้ง เพราะเครื่องที่ร้านมันทำได้ทั้งซักและอบ ไม่ต้องรอแห้ง ไม่ต้องง้อแดดข้างนอกเลยแม้แต่น้อย รวดเร็วและทันใจที่สุด
---
ร้านสะดวกซักที่ภูเรือ
ผมค่อยๆเอาเสื้อผ้าในถุงยัดใส่เครื่อง พอหยอดเหรียญครบเครื่องก็ทำงานทันที บนหน้าปัดจะมีเวลานับถอยหลัง เครื่องก็ทำงานไปเรื่อย พอตัวเลขนั้นนับไปจนถึงเลข 0 เครื่องก็หยุด เป็นการหยุดแบบหยุดกึ้กเลย หยุดแบบวางมือ เหมือนตอนเด็กที่นั่งฝนกระดาษข้อสอบด้วยดินสอ 2B เมื่อสอบปลายภาคแล้วได้ยินเสียงคุณครูคุมสอบตะโกนหมดเวลา
เป็นเครื่องซักผ้านี่ก็ดี เพราะทำงานตามค่าจ้าง อยากให้หมุนต่อก็หยอดเหรียญเพิ่ม ไม่เหมือนมนุษย์ทำงานเงินเดือน ต้องอยู่ด้วยความคาดหวังอันหนักอึ้งตลอดเวลา ล่วงเลยผ่านจนห้าโมงเย็นก็ทำโอทีบ้าง แต่ส่วนมากก็โอฟรี สิ้นเดือนรับค่าตอบแทนเท่าเดิม
ถ้าชาติหน้ามีจริงจะลองเกิดเป็นเครื่องซักผ้าสักหนึ่งชาติ แต่ไม่ต้องครบสิบชาติเหมือนพระเวสสันดรก็ได้ ตายแล้วเกิด เกิดแล้วตายบ่อยๆน่าจะเหนื่อยมาก ขนาดขนของย้ายบ้านสักทียังเหนื่อยเลย ไม่รู้พระเวสสันดรจะต้องเหนื่อยขนาดไหนที่ต้องเกิดมาบำเพ็ญเพียรซ้ำแล้วซ้ำเล่า
นั่งรอเครื่องซักผ้าอยู่ในร้าน จู่ๆก็ได้ยินเสียงข้อความส่งเข้ามาจากในแชท Facebook ผมเปิดดูทันทีเพราะกำลังว่างอยู่ ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นเอมมี่ เพื่อนใหม่ที่เพิ่งได้รู้จักกันเมื่อสองสามปีก่อน ตอนไปงานบวชของพี่หมึกเพื่อนรุ่นพี่ที่จังหวัดพัทลุง
ตอนนั่งอยู่ในรถตู้ที่กำลังมุ่งหน้าลงใต้ พอได้ยินชื่อเสียงเรียงนามเป็นครั้งแรกผมเองรู้สึกประหลาดใจ เอมมี่ที่น่าจะเป็นชื่อของสาวสวยเซ็กซี่กลับกลายเป็นไอ้หนุ่มชานุมานผอมกระหร่อง สวมแว่นสายตา ผมสั้นเกรียนจนเกือบสกินเฮด
เอมมี่เป็นคนสนุกสนานเฮฮามาก เค้ามีเรื่องเล่ามากมายและพูดไม่หยุดหย่อน จึงเข้ากับทุกคนในรถวันนั้นได้ดีทั้งที่เพิ่งเคยพบกันเป็นครั้งแรก ทั้งคันรถนี้รู้จักกันหมดแล้วเพราะเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องเรียนตามกันมาในชั้นมหาวิทยาลัย รุ่นพี่ของผมรู้จักเอมมี่เพราะแกไปเปิดร้านขายหนังสืออยู่ที่ขอนแก่น ไอ้หนุ่มนี่ก็เดินป้วนเปี้ยนเข้ามาที่ร้านนั้นทุกวัน
เอมมี่เล่นกีตาร์และร้องเพลงเก่งมาก ที่สำคัญยังชอบขับรถมอเตอร์ไซค์ หลังจากนั้นจึงได้มาแจมทริปของผมทุกครั้งที่มีโอกาส พอรู้จักกันมากขึ้น เอมมี่ก็เลื่อนสถานะขึ้นมาเป็นเพื่อนสนิทของผมอีกคน จากเคยอยู่ชั้นหนึ่งก็ขึ้นมาอยู่บนชั้นสาม ด้วยความจริงใจที่เปรียบเสมือนลิฟต์ยกระดับความสัมพันธ์
“จะมาเยี่ยมที่ภูเรือสุดสัปดาห์นี้” นั่นคือใจความที่ต้องการจะสื่อ เป็นอันว่าผมเลยได้การบ้านใหม่เพิ่มขึ้นมา เพราะต้องพาเอมมี่ไปเที่ยวกางเต็นท์ ถือว่าจังหวะลงตัวกันพอดี วันนี้ผมจะไปบ้านห้วยลาดอยู่แล้ว ก็เลยบอกเอมมี่ไปว่า ขอไปสำรวจก่อนถ้าโอเคค่อยขึ้นไปกางเต็นท์บนนั้นกัน
เก็บเสื้อผ้าทั้งหมดที่อยู่ในเครื่องอบเอามาใส่ไว้ในถุงใบเดิม ผ้าที่อบเสร็จใหม่ๆพอเอามือจับจะรู้สึกอุ่นๆ และช็อตมือหน่อยๆเนื่องจากไฟฟ้าสถิต กล่าวคือเมื่อวัตถุสองชนิดมาถูหรือเสียดสีกัน จะเกิดการถ่ายโอนอนุภาคเล็กๆ ที่เรียกว่า อิเล็กตรอน (Electrons) ทำให้เกิดการสะสมประจุไฟฟ้าบนเนื้อผ้าที่แห้งสนิท
พอเอามือไปแตะ ประจุเหล่านั้นจะวิ่งผ่านร่างกายจนเกิดอาการสะดุ้งเหมือนไฟช็อต สิ่งนี้ไม่ได้มีอันตรายต่อร่างกาย แต่ก็พอให้รู้สึกแสบๆ คันๆ ประหนึ่งโดนจีบด้วยไม้ตียุง ผมเป็นอันต้องโดนทุกครั้งเวลาซักผ้ากับเครื่องแบบนี้
ผมกลับเข้าบ้านก่อน แวะเก็บสัมภาระเข้าที่ เสร็จแล้วเดินทางต่อไปบ้านห้วยลาด
---

หมู่บ้านอะโวคาโด้ ดงแก้วมังกร
บนนี้สูงใช้ได้เลย ตอนแรกที่เลี้ยวเข้ามาไม่คิดว่าจะสูงขนาดนี้ แรกๆก็ขับสบายๆแต่พอใกล้ถึงบ้านระเบียงเมาว์ตรงโค้งสุดท้ายนั้น เป็นอันว่าต้องเค้นสมรรถะเครื่องยนต์ด้วยการเข้าเกียร์ 1 เพื่อลากรถและคนขึ้นมาให้ได้
ผมอยู่ตรงวัดป่าห้วยลาดห่างจากตัวเมืองภูเรือประมาณ 7 กิโล กำลังคิดอยู่ว่าจะไปที่ไหนต่อดี ห้วยลาดที่มาถึงนี้เดิมทีเป็นพื้นที่การเกษตรเต็มตัว ผมเห็นมีป้ายอันใหญ่เขียนไว้ตรงทางเข้าหมู่บ้านว่าที่นี่คือ หมู่บ้านอะโวคาโด้และแก้วมังกร แต่ต่อมาก็มีการทำเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตร มีวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ห้วยลาด ที่มุ่งส่งเสริมให้สมาชิกมีรายได้เพิ่มจากการท่องเที่ยวอีกทางหนึ่งด้วย
นั่นคือเหตุผลว่า ทำไมบนนี้จึงมีคาเฟ่และลานกางเต็นท์ ซึ่งก็มีอยู่มากมาย สามารถเลือกไปได้ตามความชอบ เหลือบไปเห็นป้ายไม้บอกทางอันเล็กๆอยู่ใกล้ๆกันเขียนว่า “บ้านระเบียงเมาว์” ชื่อมันแปลกดี ผมก็เลยตัดสินใจเลี้ยวเข้าไปตามทางนั้น
ยิ่งรถไต่ขึ้นสูง ก็จะยิ่งเห็นวิวภูเขาได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ผมแวะจอดรถเป็นระยะเพื่อถ่ายภาพเก็บบรรยากาศ จอดตรงข้างทางที่เป็นที่โล่งๆ จะเห็นในภาพหลังกล้องชัดเจนมากว่าตอนนี้เราอยู่สูงแค่ไหน
วัดป่าห้วยลาดที่เพิ่งไปมาก็กลายเป็นจุดเล็กๆผ่านสายตา มองออกไปเห็นถนนสายหลักที่เราขี่มาจากภูเรือ รถยนต์กลายเป็นโมเดลของเล่น ไม่ต้องพูดถึงมอเตอร์ไซค์ที่ดูเหมือนมดเดินตามกันเวลาขโมยเศษขนมเค้กกินเหลือกลับรัง ผมเปิด Google Maps เข้าโหมด Terrain เช็คความสูงด้วยความอยากรู้อยากเห็น ตัวเลขนั้นบอกว่าประมาณ 800 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลเห็นจะได้ บ้านห้วยลาดตั้งอยู่บนภูครั่ง ที่ผมมองเห็นอยู่ทุกวันตอนอยู่บ้านพี่หนูดีนั่นเอง
เพิ่งเคยเห็นต้นแก้วมังกรเป็นครั้งแรก ปกติเห็นแต่ตอนมันวางขายอยู่ในตลาดแล้ว เคยกินทั้งแบบเปลือกแดงเนื้อขาว และเปลือกแดงเนื้อแดง ผมคิดว่าแบบเนื้อสีแดงนี้รสชาติหวานกว่าแบบเนื้อสีขาวเล็กน้อย ต้นแก้วมังกรหน้าตาเหมือนต้นกระบองเพชรเลย มาหาข้อมูลเพิ่มเติมทีหลังเลยได้รู้ว่ามันเป็นญาติกัน เพราะเป็นพืชอยู่ในวงศ์ Cactacae เหมือนกัน
บางบทความให้นิยามว่า แก้วมังกรคือกระบองเพชรที่กินได้ แต่ผมไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่ ผมเคยดูคลิปคนไทยที่ไปทำงานสวนเกษตรในต่างประเทศตัดลูกกระบองเพชรยัดเข้าปากทุกวัน แสดงว่ากระบองเพชรก็กินได้ แต่รสชาติเป็นยังไง อร่อยมั้ย อันนี้ผมก็ไม่รู้ คนในคลิปเค้าออกท่าออกทางดูน่าอร่อยมาก ทุกวันนี้ยิ้มธุรกิจก็เยอะ มีแต่อินฟลูเอนเซอร์สายอวยอยู่เต็มโซเชียลไปหมด จะไว้ใจใครไม่ได้เลย นอกจากจะมีโอกาสได้ลองชิมด้วยตัวเองสักวันหนึ่ง
สาวสวยหุ่นสะบึมปลายทางที่เราคุยและผูกพันด้วยทั้งที่ไม่เคยเห็นหน้า อาจกลายเป็นคุณป้าขายไก่ย่างที่ตลาดภูเรือก็ได้ ผมโชคดีหน่อยตรงที่เป็นแบบพี่นัท โอนไวไม่ได้ เพราะในบัญชีเงินฝากกับธนาคารมียอดเงินคงเหลือไม่เพียงพอ
ที่ห้วยลาดนี้เค้าปลูกแก้วมังกรกันเต็มตลอดสองข้างทาง มีบางส่วนที่เก็บเกี่ยวแล้ว พร้อมเอาไปขาย เค้าก็จะใส่ไว้จนลูกแดงๆล้นเต็มตะกร้าตั้งเป็นแถวยาวๆ ให้พอล่อตาล่อใจจอมโจรยาจกจากแดนไกล
---



นั่งบิดขี้เกียจที่บ้านระเบียงเมาว์
ในที่สุดก็มาถึงบ้านระเบียงเมาว์ ที่นี่คือคาเฟ่และที่พักตั้งอยู่บนยอดเขา วันที่ผมมานี้ไม่ค่อยมีคน แต่เจ้าของร้านแอบกระซิบบอกมาว่า ถ้าช่วงหน้าหนาวที่เป็นไฮซีซั่นคนจะเยอะกว่านี้มาก มีน้ำหวานให้สั่งแต่ไม่มีข้าวผัดกระเพรา ผมก็เลยต้องสั่งมาม่าคัพรสต้มยำมากินแก้ขัด
นั่งบนนี้รู้สึกสบายมาก เห็นหนุ่มสาวน้อยใหญ่ ผลัดกันขึ้นมากินลมชมวิวอยู่เรื่อยๆ แดดวันนี้ยังคงร้อนแรงอยู่ก็จริง แต่ก็มีลมพัดเบาๆพัดเข้ามาตลอด คาเฟ่ทำด้วยไม้ให้ร่มเงายิ่งทำให้รู้สึกสบาย ผมเอาคอมพิวเตอร์มาด้วย เลยนั่งหาอะไรอ่านเพลินๆบนอินเตอร์เน็ต ช่วงนี้สนใจเรื่องการใช้ AI ช่วยเขียนโค้ด ผมว่ามันช่วยทุ่นแรงได้มาก และน่าจะเป็นประโยชน์กับงานของตัวเองในอนาคต ผมอยู่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ก็จริง แต่ก็มีพื้นฐานการเขียนโปรแกรมมาจากงานก่อนหน้าในตำแหน่งนักพัฒนาซอฟต์แวร์
ส่วนมากคนเราจะบิดขี้เกียจกันตอนเช้าหลังจากตื่นนอน แต่ตอนนี้ผมเองก็บิดขี้เกียจไปหลายครั้ง ที่นี่มีหมาไทยสีขาวน้ำตาลอยู่ตัวนึงมันนอนขดตัวขี้เกียจไม่ต่างจากผมเลย มาม่ากินหมดไปตั้งนานแล้ว ส่วนกาแฟเอสเย็นในแก้วก็เหลือแต่น้ำแข็งปนน้ำที่ละลายมาจากน้ำแข็งนั้นอีกที
ผมหันไปถามพี่เจ้าของร้านว่า ไอ้ภูเขาลูกข้างหน้านี้มันชื่ออะไร เพราะผมเห็นมันตลอดเวลา รูปทรงมันแบนๆเรียบๆเหมือนทั่งตีเหล็กสมัยก่อน ตรงยอดมองเห็นเสาอะไรสักอย่างนึงด้วยแทงทะลุขึ้นมา เจ้าของร้านบอกว่านั่นคือภูผาสาด ส่วนเสานั้นก็คือ เสาคลื่นสัญญาณทีวีและวิทยุ บนยอดนั้นเป็นที่ตั้งของสถานีและมีคนขับรถขึ้นไปทำงานทุกวัน
ผมจดภูผาสาดเข้าเวทติ้งลิสต์ด้วยความสนอกสนใจ จำพวกยอดเขาที่เป็นที่ตั้งเสาสัญญาณนี้ ผมเคยไปมาหลายที่ สุราษฎร์ธานีบ้านผม มีเขาท่าเพชร ที่เบตง จังหวัดยะลามีทะเลหมอกอัยเยอร์เวง ที่ระนองมีเขาฝาชี คนในพื้นที่ส่วนมากจะเรียกชื่อเล่นภูเขาพวกนี้ว่า เขาไมโครเวฟ ที่แม่ฮ่องสอนมีหมู่บ้านนึงที่ตั้งอยู่บริเวณนั้น ชื่อว่าหมู่บ้านม้งไมโครเวฟด้วย น่ารักดี
ข้างๆนี้มีลานกางเต็นท์ จึงเดินออกจากร้านมาเพื่อสำรวจ ต้องเดินลงเนินไปไม่ไกลมาก ผมมองไปรอบๆแต่ไม่เจอใครเลย ก็เลยโทรไปถามรายละเอียดตามเบอร์โทรศัพท์ที่แปะไว้ตรงแคร่ไม้ ค่าบริการไม่ได้แพงมาก สนนราคา 150 บาทต่อคนต่อคืน คุณลุงผู้ดูแลปลายสายบอกว่าช่วงนี้คนมากางเต็นท์น้อย ก็อาจจะได้เหมาลาน ประหนึ่งว่าที่นี่เป็นของเรา
มาเที่ยวแบบนี้ผมชอบมาก ผมเคยไปกางเต็นท์ที่คนเยอะๆไม่สนุกเลย มันแออัดและวุ่นวาย หนักหน่อยคือเต็นท์ข้างๆแหกปากร้องเพลงแกล้มเหล้าจนถึงเช้าในแบบที่ไม่มีใครควบคุมได้ เหมือนกับไมเคิล เฟลป์ส ทุบสถิติกวาด 8 เหรียญทอง ตอนแข่งว่ายน้ำโอลิมปิกเกมส์ ที่ปักกิ่ง เป็นนักกีฬาที่คว้าเหรียญทองโอลิมปิกได้มากที่สุดในครั้งเดียวมาจนถึงปัจจุบัน ยังไงยังงั้น
ผมถ่ายรูปสถานที่ส่งให้เอมมี่ดู พร้อมกับคอนเฟิร์มว่าพวกเราจะมากางเต็นท์ที่บ้านห้วยลาดกัน
ขากลับผมแวะในหมู่บ้านซื้อแก้วมังกรติดมือไปด้วย ตอนแรกกะจะซื้อแค่ครึ่งกิโล แต่พอเห็นป้ายราคา 10 บาท ผมก็เลยเปลี่ยนเป็นซื้อ 1 กิโลแทน แก้วมังกรที่ภูเรือราคาถูกแบบเหลือเชื่อ ผมเคยซื้อที่ตลาดแถวบ้านที่นนทบุรี ราคากิโลละ 50 บาท ถ้าไปซื้อในห้างก็แพงกว่านั้น แม่ค้าคนขายก็ใจดี หยิบอะโวคาโด้ที่วางไว้ใกล้ๆกันแถมมาให้อีก 2 ลูก ทั้งหมดนี้ราคา 10 บาท ได้ทั้งแก้วมังกร ทั้งอะโวคาโด้
แก้วมังกรลูกใหญ่ เนื้อข้างในสีขาวหวานอร่อยดีมาก แต่อะโวคาโด้นั้นเขียวแก่อยู่ ยังกินไม่ได้ ผมนั่งนับวันเวลา คิดว่ากว่าเอมมี่จะมาถึงภูเรือสุดสัปดาห์นี้อะโวคาโด้น่าจะสุกพอดี
ผมจะแบ่งให้เอมมี่ลูกนึง เป็นของกินรับขวัญสู่ภูเรือ สามวันก่อนผมยังเป็นคนต่างถิ่นให้รอต้อนรับ แต่ตอนนี้จะได้กลายเป็นเจ้าถิ่นแล้ว ผมจะทำให้เต็มที่ให้ชาวภูเรือได้ภาคภูมิใจ

